กลุ่มเป้าหมายและภารกิจ (Target group&Mission)

โครงการต่อต้านการค้ามนุษย์

rw1_9908_tkpark

วัตถุประสงค์

  1. เป็นหน่วยประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนในการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และเด็กซึ่งถูกกระทำทารุณกรรม
  2. ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้งทางด้านสังคมและกฎหมาย
  3. ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพขององค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนให้มีความรู้ทักษะที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในรูปแบบทีมสหวิชาชีพ
  4. รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน กลุ่มเสี่ยง และองค์กรเครือข่าย เกิดความรู้ ความเข้าใจต่อปัญหาการค้ามนุษย์รวมถึงปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กและสตรี และกระตุ้นให้ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการป้องกันและแกไขปัญหา

 

กลุ่มเป้าหมาย

  1. บุคคลที่ตกเป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาติพันธุ์ บุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติและแรงงานอพยพ
  2. เด็กซึ่งถูกกระทำทารุณกรรมและถูกแสวงประโยชน์ทั้งทางเพศและทางแรงงาน

 

พื้นที่ดำเนินโครงการ

9 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ประเทศไทย ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ จังหวัดตาก

 

ยุทธศาสตร์การในการดำเนินโครงการ  

โครงการ TRAFCORD (ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก) ดำเนินโครงการต่อต้านการค้ามนุษย์ ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย การช่วยเหลือคุ้มครอง การให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย และการป้องกัน

กิจกรรม ประกอบด้วย

1.การรับแจ้งเหตุและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

  • ดำเนินการรับแจ้งเหตุหรือเบาะแสการค้ามนุษย์ สายด่วน 24 ชั้วโมง หมายเลข 08-7174-5797 และให้คำปรึกษาเบื้องต้น
  • การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและสืบค้นข้อเท็จจริงเพื่อรวบรวมข้อมูล เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ หรือเครือข่ายองค์กรเอกชน เพื่อวางแผนดำเนินการช่วยเหลือผู้อาจตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ให้ได้รับความปลอดภัย
  • การเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ให้ได้รับความปลอดภัย และดำเนินการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นักสังคมสงเคราะห์จากหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในรูปแบบทีมสหวิชาชีพ

งานบริการด้านสังคมสงเคราะห์

  • จัดหาที่พัก/บ้านพักที่ปลอดภัยสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
  • ให้ความช่วยเหลือและการฟื้นฟูเยียวยาด้านร่างกายและจิตใจแก่ผู้เสียหาย โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพและความมั่นใจให้แก่ผู้เสียหาย
  • ส่งเสริมการศึกษาและสนับสนุนการประกอบอาชีพ
  • ให้ความช่วยเหลือด้านการประสานงานส่งต่อ การติดตามครอบครัวและคืนสู่สังคมอย่างปลอดภัย
  • ประสานงาน และจัดการประชุม case conference ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานสหวิชาชีพ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และติดตามการให้ความช่วยเหลือ

เมื่อพบเห็นหรือสงสัย “การค้ามนุษย์โปรดแจ้ง

√ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันละปราบปรามการค้ามนุษย์ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอนและตาก (ศปคม.ประจำจังหวัด/สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัด)

√ โทร 1300 : ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ตลอด 24 ชั่วโมง

√ โทร 08-7174-5797  : มูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็ก / หน่วยประสานงานเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ภาคเหนือตอนบน ประเทศไทย (TRAFCORD) ตลอด 24 ชั่วโมง

  1. การให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย

มีการดำเนินการในสองส่วน ได้แก่

  • ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหายและครอบครัวซึ่งถูกกระทำและถูกแสวงประโยชน์จากการค้ามนุษย์ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการคุ้มครองสิทธิทางด้านกฎหมาย ได้แก่ การให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย การเตรียมความพร้อมทางด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหายเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในการเป็นพยาน การจัดหาทนายความเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินคดี การให้ความช่วยเหลือในการยื่นคำร้องค่าตอบแทนผู้เสียหาย การเรียกค่าสินไหมทดแทน การเรียกค่าจ้างค่าแรงตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย รวมถึงการติดตามผลการดำเนินคดี
  • การกระตุ้นและผลักดันเพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลไกต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เช่น บันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (MOU) โดยมุ่งเน้นปฏิบัติงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสหวิชาชีพ รวมถึงเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทบทวนการทำงาน เพื่อสะท้อนผลในทางปฏิบัติแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป
  1. ด้านการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย

จัดโครงการด้านการฝึกอบรม สัมมนา และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่องค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเพื่อสร้างเครือข่ายในการทำงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ทั้งในระดับภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และตำบล ตัวอย่างเช่น โครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะในการสัมภาษณ์ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โครงการฝึกอบรมล่ามในกระบวนการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โครงการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานสหวิชาชีพเรื่อง การคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างชายแดนไทย – พม่า เป็นต้น

  1. ด้านการป้องกัน : โครงการรณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์

กิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย

  • การพัฒนาศักยภาพของประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ประชาชนทั่วไป เด็ก เยาวชน สตรี แรงงานอพยพ ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะตามแนวชายแดน โดยการให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และมีความตระหนักเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่อลวงและการถูกแสวงประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการเฝ้าระวังปัญหาในระดับพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักเรื่องสถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ให้แก่ชุมชน และกลุ่มแรงงานอพยพ การจัดเวทีชุมชน เรื่อง “เดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัยจากขบวนการค้ามนุษย์” โดยดำเนินโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน เป็นต้น
  • การรณรงค์และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ได้แก่ การผลิตและแจกจ่ายสื่อสิงพิมพ์เพื่อให้ความรู้เรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ การผลิตสปอต และรายการวิทยุ เพื่อเผยแพร่ข้อมูล สถานการณ์ รูปแบบของปัญหาการค้ามนุษย์ และกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแกไขปัญหา
  • การจัดกิจกรรม Event & Road Show ในพื้นที่เสี่ยง โดยร่วมกับองค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน จัดกิจกรรมวันยุติภัยการค้ามนุษย์ ในวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี การจัดนิทรรศการและกิจกรรมเพื่อให้ความรู้กับเด็ก เยาวชน และประชาชน ในพื้นที่ต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง ใน 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมถึงการรณรงค์กับกลุ่มผู้ประกอบการ หรือผู้ซึ่งมีแนวโน้มหรือมีพฤติกรรมซื้อบริการทางเพศจากเด็ก (กลุ่มอุปสงค์) เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปรับเปลี่ยนเจตคติเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเด็กและสิทธิมนุษยชนและสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้เพิ่มมากขึ้น